Posted on Mon 26 Oct 2009 3:16

ช่วงโทรมสุดๆของนังเมีย/ นังเมียเป็นคนที่ทำอะไรไวมาก ไม่เคยคิดตรึกตรองเล๊ยยยยย

ช่วง ทรมสุดๆของนังเมีย นังเมียเป็นคนที่ทำอะไรไวมาก ไม่เคยคิดตรึกตรองเล๊ยยยยย

เหนื่อยๆโทรมๆได้อีก น่าสงสารนะครับ ทั่นนังเมีย  

ช่วง ทรมสุดๆของนังเมีย นังเมียเป็นคนที่ทำอะไรไวมาก ไม่เคยคิดตรึกตรองเล๊ยยยยย

 

ไตรมาสสี่ของปีเป็นอะไรที่เรา 2 คนยุ่งมากนะครับ

เพราะเป็นช่วงเวลาเดียวที่เราสามารถหาเงินได้เยอะๆนะครับ

 

อย่างนังเมียก็รับงานกระเป๋ารวมๆแล้ว 5 Bill ได้

ดูมันเหมือนกระจอกนะครับ แต่งานชีจะยากตั้งแต่เริ่มเลย

ยากสมกับรายได้ที่พอรายจ่ายของเราทั้งปีน่ะครับ

 

 

ชีวิตเบื้องต้นช่วงนี้ก็จะวุ่นวายแถวโรงงาน กับบนถนนนะครับ

ชีจะเริ่มงานช่วง 11 โมง ขับรถไปโรงงาน ต่อด้วยร้านอะไหล่กระเป๋า

 

ต่อด้วยนั่งเขียนงานที่ร้านกาแฟ เพราะกลับบ้านไม่ได้ ฟ้ายังไม่มืดนะตะเอง

 

ค่ำๆกลับบ้าน

 

 

วนเวียนอย่างนี้ 3 เดือนนะครับ

 

ตอนแรกเราเปิดร้านโจ๊กเพราะคิดว่างานไม่มีแน่ๆ เพราะเศรษฐกิจห่วยนะครับ

ผลสรุปนังเมียคิดเปิดร้านโจ๊กไวเกินไป ลูกค้ากลับมาสั่งของซะนี่

ร้านโจ๊กต้องปิดชั่วคราว อย่างไม่มีกำหนดนะครับ

 

 

นังเมียชินเสียแล้วนะครับ กับการคิดไวทำไว เสียโน่นนี่อยู่เสมอ

บ่นนังเมียไปไม่ได้อะไรนะครับ

เจ้าตัวจะบอก ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นดีเสมอนะตะเอง

 

 

ส่วนเรื่องที่ผมอยากจะเล่าวันนี้ก็คือเรื่องเศรษฐกิจนะครับ

ตอนนี้หุ้นตกมาก และร้านค้าก็ค้าขายของกันได้น้อย

อย่างวันนี้ผมไป union mall ถิ่นเก่าที่ผมกับนังเมียเคยขายของสมัยก่อนนะครับ

เจอพี่ๆที่เขาขายของมาเล่าว่า เงียบมากๆ

บางวันขายไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

 

ผมว่าตอนนี้คนแย่กันเยอะนะครับ

อยากจะให้ประหยัดกันมากๆ

 จะลงทุนอะไรก็คิดช้าๆนะครับ

ผมไม่ได้เป็นนักธุรกิจเก่งกาจอะไร ทำธุรกิจให้ยั่งยืนก็ยังไม่เคยสักครั้ง

บางทีดูเหมือนเรา 2 คนไม่เอาไหนด้วยซ้ำไป

ทำๆเลิกๆตลอด 55555555555

แต่ผมกับนังเมียเคยล้มมาแบบเจ็บๆมาก่อนนะครับ

สมัยก่อนเคยเป็นหนี้เกือบ 2 ล้านบาท

พ่อ แม่ก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไร เพราะเขาไม่ทราบ

ผมกับนังเมียจะช่วยกันขายของตลาดนัด เอาของสำเพ็งมาขายบ้าง

ประตูน้ำบ้าง

เช้าๆจะไปขายที่ตลาดตอนเที่ยง ส่วนเย็นๆจะไปคาร์ฟูร์แถวบ้าน

พอเริ่มมีแนวทำของ นังเมียก็จะทำเครื่องประดับหนังแท้ขายด้วย

ทำกระเป๋าหนังแท้ขายด้วย ฝากคนอื่นขายตามสวนลุมไนท์บาร์ซ่าด้วย

รายได้กับกำไรเอามาใช้หนี้อย่างเดียวเลยนะครับ

ส่วนเวลาจะซื้อของก็จะเอาสมบัติไปขายบ้าง จำนำบ้าง วนเวียนทำทุนกันไปนะครับ

ดิ้นรนทำอยู่เกือบปีจนหนี้หมดนะครับ

 

หากช่วงเวลานั้นคือเศรษฐกิจแบบตอนนี้

 ผมคงทำไม่ได้แล้ว เพราะเศรษฐกิจมันแย่มากๆแย่กว่าเดิมอีก

สินค้าดีๆ ขายไม่ได้ราคา

ต้องดั๊มราคากันสุดๆ

อย่างเดรส ซาร่านังเมียเนี่ย ตัวละ 590 บาทเองนะครับ ถูกมากๆ

กลับมามองเสื้อผ้าร้านธรรมดาคงขายได้หรอกนะครับ

คนไม่ไปซาร่ากันหมดเหรอ ????

จะว่าของเขาโหลก็ไม่โหลนะครับ

เดรสเขาเข้ามาแบบละ 200 ตัวเองคละไซส์

ช่วง ทรมสุดๆของนังเมีย นังเมียเป็นคนที่ทำอะไรไวมาก ไม่เคยคิดตรึกตรองเล๊ยยยยย

-------------------------------

 

พอคนไปซื้อของในห้างที่ลดแลกแจกแถมกันหมด

ร้านเล็กๆก็จะอยู่ไม่ได้นะครับ สยามก็ปิดกันระนาว

ตรอกบายพาสร้านหายไป 90%

 

อย่างกระเป๋านังเมียทำเหมือนกัน สมัยก่อนกำไรเยอะนะครับ คอนเทนเนอร์ละสองสามแสน

เพราะลูกค้าต่างชาติจะขายของดีมากๆ เราผลิตให้แทบไม่ทัน

แต่ตอนนี้ ยุโรปเองเหงามากๆ ลูกค้าสั่งของที กดราคาสุดๆ ลดจำนวนด้วย

เพราะเขาบอกเลยว่า เขามีทุนจำกัด

หากเราไม่ลดราคา เขาจะไปสั่งเวียตนามแทน

ถึงเวียตนามเขาจะคุณภาพสู้เราไม่ได้ แต่ระบบภาษี และ shipping เขาง่ายและถูกกว่าเรามากนะครับ

ฟังฝรั่งพูดแล้ว นังเมียก็อึ้งรับประทานนะครับ

ฟุตฟิตฟอไฟว์ไม่ออกกันเลยทีเดียว

----------------------------------------------------

ช่วง ทรมสุดๆของนังเมีย นังเมียเป็นคนที่ทำอะไรไวมาก ไม่เคยคิดตรึกตรองเล๊ยยยยย

ปล.เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับข้างบนนะครับ

บางครั้งผมอ่านเม้นท์แล้วมานั่งถามตัวเองนะครับ

ผมดูรักนังเมียมากขนาดที่คนอื่นๆทราบ

แต่ทำไมนังเมียยังถามทุกวี่ทุกวันนะครับ

ตะเอง รักเค้าป่ะ???

เค้าถามซีเรียสนะ

 555

หากไม่รัก เค้าจะได้ไปโกอินเตอร์แล้ว

(แบบชีจะมีความฝันนะครับ อยากไปเปิดร้านกระเป๋าที่เมืองนอก เคยอยากไปถึงขนาดประกาศขายคอนโดที่ผมยกให้ 3 ห้องรวด

โดยไม่มีขออนุญาต เพราะชีเอาเงินไปเช่าตึกในลอนดอนนะครับ

แต่พระเจ้าช่วยเอาไว้นะครับ ขายไม่ออก 55555

ตอนนี้เลิกบ้าแล้วครับ เพราะเหตุผลเดียว

ลูกบอกหากแม่ไปทำงานเมืองนอก ลูกจะไม่มีความสุขนะครับ เขาไม่เอาก็ได้ของเล่นน่ะ

 

 

ช่วง ทรมสุดๆของนังเมีย นังเมียเป็นคนที่ทำอะไรไวมาก ไม่เคยคิดตรึกตรองเล๊ยยยยย

รูปข้างบนนี้หลายปีแล้วนะครับ สมัยชีอยากโกอินเตอร์แต่ลูกมิอนุญาต 5555

 

ช่วง ทรมสุดๆของนังเมีย นังเมียเป็นคนที่ทำอะไรไวมาก ไม่เคยคิดตรึกตรองเล๊ยยยยย

 

ส่วนรูปนี้นังเมียอายุ 21 ปีนะครับ วันนี้ผมแอบใช้เครื่องนังเมีย เจอรูปเก่าๆเยอะเลยครับ

     Share

<< ส่อง แม่ ลูกคู่ป่วน ภาคบ้านนอกเข้ากรุงทะเลาะกับนังเมียในรอบ 3 เดือน >>

 

 

 

 

พาเมียไปดูฝนดาวตก
หายไปไหนนะบ้านนี้
ดวงนังเมีย ตรงโคตรๆๆๆ
ทะเลาะไปก็ปวดหัว
ทะเลาะกับนังเมียในรอบ 3 เดือน
ช่วงโทรมสุดๆของนังเมีย/ นังเมียเป็นคนที่ทำอะไรไวมาก ไม่เคยคิดตรึกตรองเล๊ยยยยย
ส่อง แม่ ลูกคู่ป่วน ภาคบ้านนอกเข้ากรุง
ตอบเม้นท์เรื่องกล้องนะครับ
พาเมียไปดูแฟชั่นโชว์
ทั้งบ้านใครโง่สุด
มีกิ๊กซะดีไหม

ร้านกระเป๋าของนังเมีย

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 

 

ชอบไดอารี่หน้านี้จัง ถูกใจค่ะ ตอนนี้ที่เมืองนอกก็ไม่ต่างกะเมืองไทยเลยค่ะ คนตกงานเยอะเหมือนกัน ที่เดนมาร์กตอนนี้ก็ปิดโรงงาน บริษัทกันเยอะเหมือนกัน ประหยัดได้ประหยัดไปก่อนคะ อัตราเสี่ยงช่วงนี้สูงมากเลยค่ะ
ขอบคุณเจ้าของไดอารี่มากค่ะ ไดแต่ละหน้ากินใจมากค่ะ ชอบๆๆๆๆ
อีสาน ณ.ต่างแดน   
Thu 29 Oct 2009 20:58 [11]

your wife is a beautiful and talented lady na ka
ann@norichab   
Tue 27 Oct 2009 19:28 [10]

พี่พัว
ขอบคุณมากสำหรับไดหน้านี้
เตือนสติหนูขึ้นมาว่าต้องใช้เงินประหยัด คิดว่าเมืองไทยเศรษฐกิจดีแล้วซะอีกนะเนี่ย
เห็นภาพความเหน็ดเหนื่อยของป๊าม้าเลย
ขอบคุณนะพี่
ปล เสียมารยาทแอบอ่านมานานแล้ว พึ่งจะเม้น ฮ่าๆ พี่นังเมียสวยนะคะ หน้าคุ้นมากเลย พี่เค้าเคยอยู่วงการบันเทิงอ่ะป่าว
เม   
Tue 27 Oct 2009 13:30 [9]

พี่นังเมียเก่งจังค่ะ..
Mrs.P   
Tue 27 Oct 2009 12:21 [8]

แอบอ่านมานานไม่เคยเม้นต์ วันนี้อขอหน่อยนะค่ะ ขอแบบเดียวกับคนข้างล่างเลย...จะบอกว่า "เมียพี่สวยมากกกกก " ^ ^
หม่อน   
Tue 27 Oct 2009 1:59 [7]

อ่านแล้วรู้สึกดีจังเลยค่ะ คุณสองคนดูจะผ่านร้อนผ่านหนาวฝ่าฟันมาด้วยกัน ตอนลำบากก็ไม่เกี่ยงงาน ประกอบอาชีพสุจริต ตอนมีหนี้ก็ไม่หันไปหาพ่อแม่ รับผิดชอบกันเอง ซึ่งเชื่อว่าถ้าเป็นเด็กสมัยนี้ เค้าคงขอให้พ่อแม่ช่วย

เอาละค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ อดทนต่อไป เศรษฐกิจมันคงไม่เป็นอย่างนี้ไปตลอดหรอก มีลงก็ต้องมีขึ้นตามวัฏจักร...คุณสองคนขยัน อดทนทำมาหากิน มีลูกที่ดี น่ารัก เป็นคนดีของสังคม ถือว่าโชคดีแล้วค่ะ
คิงคอง   
Mon 26 Oct 2009 16:18 [6]

หูวววววววว สมัยสาวๆเนี่ยะ แจ่มมากค่ะ

ตอนนี้ก็สวยไปอีกแบบ ^__^
amigo   
Mon 26 Oct 2009 15:36 [5]

ฝรั่งมันชอบพูดแบบนี้แหละค่ะ ความจริงแล้วระบบชิปปิ้งบ้านเราไม่ได้แพงกว่าที่เวียดนามเลย ส่วนเรื่องส่งออกบ้านเราก็ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว ทำงานกับฝรั่งเหมือนกัน ชอบพูดไปเรื่อย เพราะจะกดราคาเรา
Shipping   
Mon 26 Oct 2009 11:38 [4]

กรี๊ดดดดดดด..คุณแอนท์ตอนเด็กๆน่ารักมากๆเลยอ่ะ (ตอนนี้ก็ยังน่ารักนะคะ..คนอวบมักเป็นคนน่ารักและอารมณ์ดี อิอิ)

ทำเลยค่ะกระเป๋า..เดี๋ยวอุดหนุนค่ะ
ติ๋ง   
Mon 26 Oct 2009 10:12 [3]

อ่านๆอยู่ตกใจหมดเลย
ฟอร์ด   
Mon 26 Oct 2009 9:38 [2]

หวัดดีค่ะคุณ Poorboy

จะมาช่วยเป็นพยานให้อ่ะ
มานั่งยัน นอนยัน แล้วก็ยืนยันว่า
คุณ Poorboy รักคุณนังเมียมากจริงๆ
มีคนแอบอิจฉากันค่อนประเทศแล้วหล่ะคะ
.
.
.
รักกันอย่างนี้ไปนานๆ นะคะ...^__^
นุช   
Mon 26 Oct 2009 9:37 [1]